วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2558

lab 8 การวิเคราะห์เเบบจำลองเวกเตอร์ (Vector modeส)



 การวิเคราะห์ข้อมูลเวกเตอร์ Gis model (Vector)
หากพิจารณาการสร้างแบบจำลองใน GIS ตามประเภทของข้อมูล แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ
1. แบบจำลองเวกเตอร์ (Vector based model)
2. แบบจำลองแรสเตอร์ (Raster based model)
 แบบจำลองเวกเตอร์ (Vector based model)
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลเวกเตอร์ โดยนำข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์มาวิเคราะห์ด้วยคำสั่งซ้อนทับอย่างง่าย ซึ่งเป็นการประกวดความรู้พื้นฐานเพื่อการวิเคราะห์ แนวทางในการดำเนินงานมีขั้นตอนหลักสำหรับการวิเคราะห์ปัญหา ดังนี้
            กำหนดประเด็นปัญหา
เป็นการกำหนดประเด็นที่ต้องการหาคำตอบหรือวัตถุประสงค์ของการทำวิเคราะห์ ตัวอย่างเช่น  การหาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อน
            กำหนดประเด็นปัญหา
1. การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทใดบ้างที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนในรัศมี 500 เมตร และมีพื้นที่เท่าใด
2. การใช้ประโยชน์ที่ดินที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนอยู่ในตำบล อำเภอ และจังหวัดใดบ้าง และมีพื้นที่เท่าใด

กำหนดปัจจัยหรือตัวแปรที่ใช้วิเคราะห์
เป็นการกำหนดประเด็นปัญหาที่ต้องการทราบคำตอบแต่ละประเด็น จะมีตัวแปรที่เกี่ยวข้องแตกต่างกันไป ดังนั้นจึงต้องมีการกำหนดรายละเอียดของตัวแปรที่เกี่ยวข้องแตกต่างกันไป ดังนั้นจึงต้องมีการกำหนดรายละเอียดของตัวแปรต่างๆที่เกี่ยวข้องหรือที่จะใช้ในการวิเคราะห์ว่ามีอะไรบ้าง

การเตรียมข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์
เป็นการเตรียมรายละเอียดข้อมูลตามตัวแปรหรือเงื่อนไขที่กำหนด ได้แก่ การเชื่อมต่อข้อมูล การปรับแก้และตรวจสอบข้อมูล
สร้างโฟล์เดอร์ขึ้นมาตั้งชื่อ Dam_ชื่อเรา เก็บไว้ใน RTArcGIS

ไปที่โฟล์เดอร์ PASAK >>result >>นำเข้าข้อมูลที่ชื่อว่า a5239iii, a5238iv, a5238iii, a5138i ทั้ง 4 ตัวนี้ เข้ามาใน Display area

ทำการ Merge ชั้นข้อมูลที่เราเปิดขึ้นมา โดยเข้าไปที่ Geoprocessing แล้วเลือก Merge


จากนั้นเมื่อได้ข้อมูลมาให้เราทำการ Remove ข้อมูลทั้ง 4 ตัวออก เหลือเพียงตัว Admin
เปิดตาราง Attribute >>ดูว่ามีข้อมูลอะไรบ้าง

ให้เราทำการ Table Option ตัวข้อมูล luprv (จังหวัด), luamp (อำเภอ), lutam (ตำบล) ซึ่งอยู่ในโฟล์เดอร์ PASAK >>Code นำเข้าข้อมูลทั้ง 3 ตัวมาแล้วเปิด Attribute

เมื่อเราทราบว่าข้อมูลไหนที่เหมือนกัน และเป็นแบบใดแล้วก็เลือกเครื่องมือได้
        -โดยตัวอย่าง ตัว Admin กับ luprv ตัวที่เหมือนกันคือ PRV_ID เป็นเชื่อมแบบ Many to one จะใช้คำสั่ง Join ไปที่คำสั่งซ้ายสุด คลิก >>Join and Relate >>Join >>ช่อง 1 เลือก PRV_ID ช่อง 2 เลือก luprv ช่อง 3 เลือก PRV_ID จากนั้นกด OK ข้อมูลทั้งสองก็มารวมกัน ดังภาพ

         
             -ระหว่าง Admin กับ luamp ตัวที่เหมือนกันคือ Amp_ID เป็นเชื่อมแบบ Many to one จะใช้คำสั่ง Join (เราสามารถดูข้อมูลให้ง่าย โดยเรียงจากน้อยไปมากหรือมากไปน้อยได้ โดยเน้นคอลัมน์ที่จะดูให้เป็นสี จากนั้นคลิกขวา >>ไปที่ Sort Ascending หรือ Sort Descending ได้เลย) ต่อไปทำแบบเดิมกับตัวแรก แต่ช่อง 1 เลือกเป็น Amp_ID ช่อง 2 เลือก luamp ช่อง 3 เลือก Amp_ID >>OK จะได้ข้อมูล

              -ตารางระหว่าง Admin กับ lutam ตัวที่เหมือนกันคือ ADM_ID (ยังมีอีก) เป็นเชื่อมแบบ                one to one จะใช้คำสั่ง Join ต่อไปทำแบบเดิม แต่ช่อง 1 เลือกเป็น ADM_ID ช่อง 2 เลือก lutam ช่อง 3 เลือก ADM_ID >>OK จะได้ข้อมูล Dam มา ดังภาพ



การทำ Buffer ระหว่าง Dam 
1. ไปที่ List By Drawing Order >>Geoprocessing >>Buffer >>ช่อง Input เลือกข้อมูล Dam ช่อง Output เลือก Save ไว้ที่เดียวกับ Admin ตั้งชื่อว่า Dam 500 >>Save >>ช่อง Distance คลิก Linear Unit >>OK




เมื่อซูมดูก็จะเห็นกันชนของ Dam ดังภาพ และให้ Remove ตัวข้อมูล Dam ออก ดังรูป
การทำข้อมูลที่ได้ทั้งสองมา Clip


1. ไปที่เครื่องมือ Geoprocessing >>Clip คลิกเลือก >>ช่อง Input เลือก Admin ช่อง Clip เลือก Dam 500 ช่อง Output เลือก Save ที่เดิม ตั้งชื่อ Admin 500 >>Save ก็จะได้ข้อมูล ดังภาพ



เราจะใช้ตัว Admin 500 ทำงานต่อ ให้เรา Remove ตัว Adminออกไปได้เลย

การจัดการข้อมูลของตัว Land use โดยการ Marge
        ให้เรานำเข้าข้อมูล l5239iii, l5238iv, l5238iii, l5138i จากที่เดิม คลิกถูกที่ Admin 500 กับ Dam500 ออกเหลือข้อมูลแค่ 4 ตัวนี้

        ไปที่เครื่องมือ Geoprocessing >>Marge >>ช่อง Input เลือกข้อมูลทั้ง 4 ตัวที่นำเข้ามา ช่อง Output ให้เราคลิกไป Save ที่โฟล์เดอร์ Dam_ชื่อเรา ที่สร้างไว้ตอนแรก ตั้งชื่อว่า LU >>save >>OK ได้ข้อมูล ดังภาพ


จากนั้นลองเปิดตาราง Attribute เพื่อดูข้อมูลภายใน
ให้เราทำการ Table Option ตัวข้อมูล luprv (จังหวัด), luamp (อำเภอ), lutam (ตำบล) และตัว lucode ซึ่งอยู่ในโฟล์เดอร์ PASAK >>Code นำเข้าข้อมูลทั้ง 4 ตัวมาแล้วเปิด Attribute ของตัว lucode ขึ้นมา

เมื่อเราทราบว่าข้อมูลไหนที่เหมือนกัน และเป็นแบบใดแล้วก็เลือกเครื่องมือได้

โดยจะดู ตัว LU กับ lucode ตัวที่เหมือนกันคือ LUcode เป็นการเชื่อมแบบ Many to one จะใช้คำสั่ง Join ไปที่คำสั่งซ้ายสุด คลิก >>Join and Relate >>Join >>ช่อง 1 เลือก LUcode ช่อง 2 เลือก lucode ช่อง 3 เลือก LUcode จากนั้นกด OK ข้อมูลทั้งสองก็มารวมกัน ดังภาพ



การทำข้อมูลที่ได้ทั้งสองมา Clip ระหว่าง Land use และใส่ข้อมูลพื้นฐาน
1. เปิดข้อมูลตัว LU อย่างเดียว จากนั้นไปที่ Geoprocessing >>Clip >>ช่อง Input เลือก LU ช่อง Clip เลือก Dam 500 ช่อง Output เลือก Save ที่เดิม ตั้งชื่อว่า LU 500 >>Save >>OK ได้ข้อมูล ดังภาพ




การ Union หรือ Intersect จนเป็นส่วน Output ออกมา

1. ไปที่ Geoprocessing >>Union >>ช่อง Input เลือก LU 500 และ Admin 500 LU และช่อง Output เลือก Save ที่เดิม ตั้งชื่อว่า Final >>Save >>OK ได้ข้อมูล ดังภาพ



2. ใส่ข้อมูลพื้นที่โดยไปที่ Table >>Add Field >>ตั้งชื่อว่า Area และกำหนดType เป็น Float >>ช่อง precision ตั้งเป็น 20 และช่อง scale เป็น 2 >>OK



3. ไปคลิกขวาที่ฟิลด์นั้น ไปที่ Calculate Geometry… >>ก็จะมีข้อมูล Area >>กด OK ดังภาพ

4. เปิดตาราง Attribute ของตัว Final ขึ้นมา

5. เปิดโปรแกรม Excel ขึ้นมา จากนั้นไปที่ File >>Open >>Final.shp >>Open จะมีข้อมูลต่างๆขึ้นมา



6.ไปที่ Insert >>PivotTable >> PivotTable เลือกข้อมูล ดังภาพ >>OK



7. สามารถเลือกดูข้อมูลได้จากหน้าต่างทางด้านขวามือ แล้วคลิกถูกที่หน้าข้อมูล เปิดมาก็จะปรากฏบน Excel ดังภาพ เป็นอันจบการทำงาน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น