การวิเคราะห์ข้อมูลเวกเตอร์ Gis model (Vector)
หากพิจารณาการสร้างแบบจำลองใน GIS ตามประเภทของข้อมูล แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ
1. แบบจำลองเวกเตอร์ (Vector
based model)
2. แบบจำลองแรสเตอร์ (Raster
based model)
แบบจำลองเวกเตอร์ (Vector based model)
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลเวกเตอร์
โดยนำข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์มาวิเคราะห์ด้วยคำสั่งซ้อนทับอย่างง่าย
ซึ่งเป็นการประกวดความรู้พื้นฐานเพื่อการวิเคราะห์
แนวทางในการดำเนินงานมีขั้นตอนหลักสำหรับการวิเคราะห์ปัญหา ดังนี้
กำหนดประเด็นปัญหา
เป็นการกำหนดประเด็นที่ต้องการหาคำตอบหรือวัตถุประสงค์ของการทำวิเคราะห์
ตัวอย่างเช่น
การหาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อน
กำหนดประเด็นปัญหา
1. การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทใดบ้างที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนในรัศมี
500 เมตร และมีพื้นที่เท่าใด
2. การใช้ประโยชน์ที่ดินที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนอยู่ในตำบล
อำเภอ และจังหวัดใดบ้าง และมีพื้นที่เท่าใด
กำหนดปัจจัยหรือตัวแปรที่ใช้วิเคราะห์
เป็นการกำหนดประเด็นปัญหาที่ต้องการทราบคำตอบแต่ละประเด็น
จะมีตัวแปรที่เกี่ยวข้องแตกต่างกันไป
ดังนั้นจึงต้องมีการกำหนดรายละเอียดของตัวแปรที่เกี่ยวข้องแตกต่างกันไป
ดังนั้นจึงต้องมีการกำหนดรายละเอียดของตัวแปรต่างๆที่เกี่ยวข้องหรือที่จะใช้ในการวิเคราะห์ว่ามีอะไรบ้าง
การเตรียมข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์
เป็นการเตรียมรายละเอียดข้อมูลตามตัวแปรหรือเงื่อนไขที่กำหนด
ได้แก่ การเชื่อมต่อข้อมูล การปรับแก้และตรวจสอบข้อมูล
สร้างโฟล์เดอร์ขึ้นมาตั้งชื่อ Dam_ชื่อเรา เก็บไว้ใน RTArcGIS
ไปที่โฟล์เดอร์ PASAK >>result >>นำเข้าข้อมูลที่ชื่อว่า a5239iii,
a5238iv, a5238iii, a5138i ทั้ง 4 ตัวนี้
เข้ามาใน Display area
ทำการ Merge
ชั้นข้อมูลที่เราเปิดขึ้นมา โดยเข้าไปที่ Geoprocessing แล้วเลือก Merge
จากนั้นเมื่อได้ข้อมูลมาให้เราทำการ Remove ข้อมูลทั้ง 4 ตัวออก
เหลือเพียงตัว Admin
ให้เราทำการ Table Option ตัวข้อมูล luprv (จังหวัด),
luamp (อำเภอ), lutam (ตำบล)
ซึ่งอยู่ในโฟล์เดอร์ PASAK >>Code นำเข้าข้อมูลทั้ง 3
ตัวมาแล้วเปิด Attribute
เมื่อเราทราบว่าข้อมูลไหนที่เหมือนกัน
และเป็นแบบใดแล้วก็เลือกเครื่องมือได้
-โดยตัวอย่าง ตัว Admin
กับ luprv ตัวที่เหมือนกันคือ PRV_ID เป็นเชื่อมแบบ Many to one จะใช้คำสั่ง Join ไปที่คำสั่งซ้ายสุด คลิก >>Join and Relate >>Join
>>ช่อง 1 เลือก PRV_ID ช่อง 2 เลือก luprv ช่อง 3
เลือก PRV_ID จากนั้นกด OK ข้อมูลทั้งสองก็มารวมกัน ดังภาพ
-ระหว่าง Admin
กับ luamp ตัวที่เหมือนกันคือ Amp_ID เป็นเชื่อมแบบ Many to one จะใช้คำสั่ง Join
(เราสามารถดูข้อมูลให้ง่าย โดยเรียงจากน้อยไปมากหรือมากไปน้อยได้
โดยเน้นคอลัมน์ที่จะดูให้เป็นสี จากนั้นคลิกขวา >>ไปที่
Sort Ascending หรือ Sort Descending ได้เลย)
ต่อไปทำแบบเดิมกับตัวแรก แต่ช่อง 1 เลือกเป็น Amp_ID ช่อง 2 เลือก luamp ช่อง 3
เลือก Amp_ID >>OK จะได้ข้อมูล
การทำ Buffer
ระหว่าง Dam
1. ไปที่ List
By Drawing Order >>Geoprocessing >>Buffer >>ช่อง
Input เลือกข้อมูล Dam ช่อง Output
เลือก Save ไว้ที่เดียวกับ Admin ตั้งชื่อว่า Dam 500 >>Save >>ช่อง Distance
คลิก Linear Unit >>OK
เมื่อซูมดูก็จะเห็นกันชนของ Dam ดังภาพ และให้ Remove ตัวข้อมูล
Dam ออก ดังรูป
การทำข้อมูลที่ได้ทั้งสองมา Clip
1. ไปที่เครื่องมือ Geoprocessing
>>Clip คลิกเลือก >>ช่อง Input
เลือก Admin ช่อง Clip เลือก
Dam 500 ช่อง Output เลือก Save
ที่เดิม ตั้งชื่อ Admin 500 >>Save ก็จะได้ข้อมูล
ดังภาพ
การจัดการข้อมูลของตัว Land use โดยการ Marge
ให้เรานำเข้าข้อมูล l5239iii,
l5238iv, l5238iii, l5138i จากที่เดิม คลิกถูกที่ Admin 500 กับ Dam500 ออกเหลือข้อมูลแค่ 4 ตัวนี้
ไปที่เครื่องมือ Geoprocessing
>>Marge >>ช่อง Input เลือกข้อมูลทั้ง
4 ตัวที่นำเข้ามา ช่อง Output ให้เราคลิกไป
Save ที่โฟล์เดอร์ Dam_ชื่อเรา
ที่สร้างไว้ตอนแรก ตั้งชื่อว่า LU >>save >>OK ได้ข้อมูล
ดังภาพ
โดยจะดู ตัว LU กับ lucode ตัวที่เหมือนกันคือ
LUcode เป็นการเชื่อมแบบ Many to one จะใช้คำสั่ง
Join ไปที่คำสั่งซ้ายสุด คลิก >>Join and
Relate >>Join >>ช่อง 1 เลือก LUcode
ช่อง 2 เลือก lucode ช่อง
3 เลือก LUcode จากนั้นกด OK ข้อมูลทั้งสองก็มารวมกัน ดังภาพ
การทำข้อมูลที่ได้ทั้งสองมา Clip ระหว่าง Land use และใส่ข้อมูลพื้นฐาน
1. เปิดข้อมูลตัว LU
อย่างเดียว จากนั้นไปที่ Geoprocessing >>Clip
>>ช่อง Input เลือก LU ช่อง Clip เลือก Dam 500 ช่อง Output
เลือก Save ที่เดิม ตั้งชื่อว่า LU 500
>>Save >>OK ได้ข้อมูล ดังภาพ
การ Union
หรือ Intersect จนเป็นส่วน Output ออกมา
1. ไปที่ Geoprocessing
>>Union >>ช่อง Input เลือก LU
500 และ Admin 500 LU และช่อง Output เลือก Save ที่เดิม ตั้งชื่อว่า Final
>>Save >>OK ได้ข้อมูล ดังภาพ
2. ใส่ข้อมูลพื้นที่โดยไปที่
Table >>Add Field >>ตั้งชื่อว่า Area และกำหนดType เป็น Float >>ช่อง precision ตั้งเป็น 20 และช่อง
scale เป็น 2 >>OK
7. สามารถเลือกดูข้อมูลได้จากหน้าต่างทางด้านขวามือ
แล้วคลิกถูกที่หน้าข้อมูล เปิดมาก็จะปรากฏบน Excel ดังภาพ
เป็นอันจบการทำงาน
















































ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น